วันพฤหัสบดีที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

11 เคล็ดลับวิธีประหยัดน้ำมัน ที่ใช้ได้ผลจริง

     ข้อมูลทั่วไป หลังจากอัดอั้นมานาน ในที่สุดบรรดาผู้ผลิตน้ำมันล่าสุดก็ประกาศขึ้นราคาน้ำมันไปอีกครั้งเมื่อ ปลายสัปดาห์ที่ผ่านเราเองผู้ใช้รถก็คงได้แต่นั่งทำตาปริบๆ และทนแบกรับภาระใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอีกลิตรละ 60 สตางค์ แต่ถ้าใครกำลังหาหนทางวิธีขับรถอย่างไรให้ประหยัด วันนี้เรามีแนวทางดีๆมาฝากกัน

1. เติมน้ำมันแต่พอดีอย่าล้น … ความจริงแล้วปัจจุบันนับว่าหาได้ยากนักที่คนจะเติมน้ำมันจนเต็มแต่หากคุณ เติมน้ำมันแบบบอกว่าน้อง! เต็มถังเลย ก็ให้ระลึกไว้ว่าอย่าให้เด็กปั้มผู้ใสซื่อกดหัวจ่ายเอาซะถึงคอหอยจนจะทะลัก ออดมาข้องนอก เพราะนั่นไม่ได้ช่วยให้ได้คุ้มค่าแต่กลับจะทำให้น้ำมันถูกบ้วนทิ้งออก เมื่อน้ำมันมีอุณภูมิสูงขึ้น

2.เติมเต็มถังถ้ามีโอกาส อันนี้เป็นข้อเท็จจริงที่ควรปฏิบัติ เนื่องจากการเติมน้ำมันเต็มถังจะทำให้แรงดันในถังมีเยอะ เมื่อแรงดันในถัง ก็หมายความว่า น้ำมันที่ถูกดูดไปใช้จะไม่ลดลงเร็วกว่าปกติ และยังช่วยรักษาปั้มเชื้อเพิลงที่อยู่ในถังไม่ให้ร้อน ซึ่งจะทให้เสียหายเร็วกว่าอายุการใช้งานทั่วไป


3.ตัดคอมแอร์ก่อนถึงที่หมาย เราปฏิเสธไม่ได้ว่าระบบแอร์รถยนต์มีส่วนทำให้เครื่องยนต์มีอัตรากินน้ำมัน เพิ่มขึ้นแต่ก็ไม่ได้มากมายจนเด่นชัดเท่ากับอัตราเร่ง โดยปกติการทำงานของคอมแอร์ที่ใช้สายพานฉุดเวลาวิ่งนั้นคอมแอร์แทบไม่ได้มี ส่วนกินน้ำมันเลยก้ว่าได้ แต่หากรถขับเคลื่อนตัวช้าก้จะมีผลเด่นชัดเลยทีเดียว การตัดคอมแอร์ก่อนถึงที่หมายถือว่าเป้นเรื่องที่ควรทำเพราะ นอกจากจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันแล้ว ยังมีส่วนช่วยในการไล่ความชื้นและเชื้อราในตู้แอร์ได้ด้วย ด้วยเพียงๆง่ายปลายนิ้วเพียงกดปิดปุ่มที่เขียนว่า A/C เท่านนี้ก็เซฟไปอีกนิดแล้ว

4.หมั่นตรวจสอบลมยาง ข้อนี้ควรทำเป้นประจำเมื่อเข้าใช้บริการในปั้ม แม้จะเสียเวลาอีกนิดแต่ก็ช่วยให้คุณประหยัดขึ้นอีกหน่อย เนื่องจากยางที่มีลมยางอ่อนจะมีแรงเยทานมากกว่ายางที่ได้เติมลมพอดี ซึ่งยางที่มีลมยางอ่อนเกินไปจะมีแต่ทำให้ศูนย์เสียพลังงานโดยใช่เหตุ

5.ใช้รอบเครื่องยนต์ในย่านความเร็วที่เหมาะสม แม้จะมีการพูดถึงแนวทางการประหยัดอย่างมากและหลายครั้งที่เขาได้ยินว่าขับ ไม่เกิน 90กม./ชม. แต่เราอยากจะแนะนำเพียงว่าให้ใช้รอบเครื่องยนต์ที่เหมาะสม ซึ่งอยู่ระหว่าง 1900-2800 รอบ หรือใช้ความเร็วที่เหมาะสมที่ 105 กิโลเมตรต่อชั่วโมงกำลังพอดี

6.อย่าถอยหลังเร็วๆ เกียร์ถอยหลังเป็นเกียร์ที่มีอัตราทดสูงที่สุดในอัตราทดการถอยหลังเร็วก็ เหมือนทำให้เครื่องทำงานหนักโดยใช่เหตุ ความจริงแล้วเวลาถอยหลังเราก้ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอยู่แล้ว ดังนั้นอย่าถอยเร็วเลยไม่มีประโยชน์

7.อย่าทำรถเป็นบ้าน อันนี้เป้นสิ่งที่พบได้ในคุณผู้หญิงหลายๆคน ที่คุณเธอชอบใส่อะไรต่อมิอะไรไว้ในรถรกเยอะแยะไปหมด ความจริงแล้วนั่นไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ เนื่องจากของที่เพิ่มขึ้นในรถหมายความถึง น้ำหนักที่เพิ่ม และน้ำหนักที่เพิ่มสูงขึ้นหมายความว่าเราต้องใช้พละกำลังจากเครื่องยนตืเท่า เดิมลากตัวถังที่หนักขึ้นด้วย ซึ่งเฉลี่ยทำให้สิ้นเปลืองกว่าถึงน้อยละ 20 เลยทีเดียว

8.ตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์เป็นประจำ หลายคนมักละเลยฝนการตรวจสอบสภาพเครื่องยนต์ของรถยนต์ตัวเอง ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง จงพึงสำนึกว่า “เราดูแลรถ..รถดูและเรา” เพียงเท่านี้มันก้จะไม่เกเร และการถ่ายน้ำมันเครื่องสม่ำเสมอทำให้เครื่องยนต์ไม่สึกหรอและมีอัตราสิ้น เปลืองคงที่

9.อย่าติดกับเกียร์ D อันนี้คนใช้เกียร์ออโต้เป็นประจำและเป็นบ่อยด้วยสิ เนื่องจากรถเกียร์อัตโนมัติชุดเกียร์จะทำงานเปลี่ยนอัตราทดเองเมื่อถึงรอบ ที่เหมาะสม แต่ที่จริงแล้วหากคุณต้องขึ้นสู่ที่สูงควรใช้อัตราทดเกียร์ที่เหมาะสมคือ เลื่อนไปตำแหน่ง 2 หรือ N ก่อนขึ้นทางลาดชัน เพียงเท่านี้ก็ทำให้เครื่องไม่ต้องมีภาระหนักเพิ่ม และดูจะขึ้นได้ลื่นกว่าด้วย

10. อย่าออกรถเร่งเต็มที่หลังสตาร์ทเครื่องยนต์ใหม่ๆ ตามหลักความจริงแล้วเราควรวอร์มเครื่องยนต์ก่อนออกสู่ถนนประมาณ 3 นาที เพื่อให้น้ำมันเครื่องเข้าไปหล่อลื่นอย่างเต็มที่เสียก่อน ซึ่งช่วยลดการสึกหรอของการเสียดทานอุปกรณ์ต่างๆภายในเครื่องยนต์ หากเรสตาร์ทเครื่องแล้วเร่งตัวออกรถเลยจะทำให้น้ำมันยะงไปไม่ทั่วถึง และยังทำให้เครื่องสึกหรอเร็วกว่าปกติด้วย

11. อย่าคิกดาวน์เกินความจำเป็น อันนี้สำหรับเกียร์ออโต้อีกแล้ว และดูเหมือนมีคนจำนวนมากไม่เข้าใจกับการคิกดาวน์ที่มันมีความหมายเท่ากับ เปลี่ยนเกียร์ลง1ระดับในรถเกียร์ธรรมดา การคิกดาวน์นั้นช่วยในเรื่องอัตราเร่ง แต่กลับกันก็มีผลเสียในเรื่องความประหยัดทางที่ดีควรขับรถไปเรื่อยๆในอัตรา ที่เหมาะสม ถ้าจะแซงก็ควรค่อยๆกดคันเร่งอย่าเหยียบมิดจนคิกคาวน์ เพราะมันจะทำให้รถกินน้ำมันมากกว่าปกติ ยกเว้นว่าจำเป็นจริงๆ ยังไงก็ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปใช้กันดู แม้จะไม่ได้มีผลอย่างเด่นชัด แต่มันก็ช่วยให้คุณสามารถประหยัดขึ้นได้อีกเล็กน้อย ถึงจะไม่เยอะ แต่ก็ยังไงมันก็สามารถทำให้คุณไม่ต้องเติมน้ำมันบ่อยเท่าเดิม หรือเสียเงินไปหาวิธีประหยัดแบบอื่นโดยใช่เหตุ
แก้ไขโดย : เดอะ เทรนนิ่ง โปร เลิร์นนิ่ง แอนด์ สกิล“The Training Pro Learning and Skills”
ขอบคุณที่มา : ข้อมูลจาก: auto.sanook.com / ขอบคุณภาพประกอบจาก getty image
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...