วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

Nozzle (นอซเซิล) หัวฉีด

นอซเซิล (Nozzle) หัวฉีด หรือ มือจ่ายน้ำมัน เป็นอุปกรณ์ใช้วัดการไหล (flow measurement) ที่สามารถวัดการไหลได้ทั้งของเหลวและก๊าซ โดยใช้ทฤษฎีของเบอร์นูรี่ (Bernoulli's theorem) หรือหลักการวัดความดันแตกต่าง (differential pressure, ΔP) ระหว่างจุด 2 จุดที่ของไหลไหลผ่าน และนำค่าความดันแตกต่างที่วัดได้นั้นมาคำนวณหาค่าอัตราการไหล (ดังสมการที่ 1) เช่นเดียวกับแผ่นออริฟิส (orifice plate) และท่อเวนทูรี (venturi tube)
(1)
โดย  K คือ ค่าคงที่ของท่อและชนิดของของไหล (m3/s/ psi)
      ΔP คือ ค่าความดันแตกต่างระหว่างจุดสองจุดที่ของไหลไหลผ่าน (psi)
      โครงสร้างของนอซเซิลแสดงดังรูป โดยตำแหน่งในการติดตั้งจุดวัดความดันแต่ละจุดบริษัทผู้ผลิตจะเป็นผู้กำหนด

      
  โครงสร้างของนอซเซิลและลักษณะการติดตั้งภายในท่อ 
(ที่มา: นวภัทรา และ ทวีพล, 2555)
นอซเซิลเป็นอุปกรณ์วัดการไหลที่ดัดแปลงมากแผ่นออริฟิส (orifice plate) และท่อเวนทูรี (venturi tube)โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการวัดการไหลจากการวัดด้วยแผ่นออริฟิสที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของพื้นที่หน้าตัดอย่างฉับพลัน โดยเปลี่ยนเป็นค่อย ๆ ลดพื้นที่หน้าตัดลงตามลักษณะของเวนทูรี ซึ่งการวัดด้วยนอซเซิลให้ค่าการวัดที่มีความเที่ยงตรง (precision) และความแม่นยำ (accuracy) มากกว่าการวัดการไหลด้วยแผ่นออริฟิส แต่มีราคาที่ถูกกว่าการวัดด้วยท่อเวนทูรี โดยทิศทางการไหลของของไหลสามารถวัดได้เพียงทิศทางเดียวเช่นเดียวกับแผ่นออริฟิส นอซเซิลเหมาะสำหรับวัดการไหลที่มีความเร็วสูงและไม่มีสารแขวนลอยปะปน เนื่องจากบริเวณด้านทางออกของนอซเซิล ของไหลจะมีลักษณะหมุนวน สารแขวนลอยเหล่านี้จึงอาจเข้าไปสะสมหรืออุดตันในบริเวณด้านหลังของนอซเซิลได้ ทำให้ค่าที่วัดได้คลาดเคลื่อน (error)

การติดตั้งและการบำรุงรักษาทำได้ยากกว่าแผ่นออริฟิส โดยนอซเซิลต้องถอดท่อออกเช่นเดียวกับท่อเวนทูรี ในขณะที่แผ่นออริฟิสมีลักษณะเป็นแผ่นสามารถถอดออกได้โดยไม่ต้องถอดท่อด้านหน้าและด้านหลังออก
รูปแบบของนอซเซิล
(ที่มา: http://expoexhibitor.isa.org)

หลักการทำงานของอุปกรณ์วัดการไหลชนิดนอซเซิล (nozzle)
แผ่นออริฟิส (orifice plate) เเละ ท่อเวนทูรี (venturi tube)
เรียบเรียง และ ตรวจทาน โดย : ผศ.ดร.นวภัทรา หนูนาค
แก้ไขโดย : เดอะ เทรนนิ่ง โปร เลิร์นนิ่ง แอนด์ สกิล“The Training Pro Learning and Skills”
ขอบคุณที่มา : การวัดและเครื่องมือวัด ประยุกต์ใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร (นวภัทรา และ ทวีพล, 2555)
http://expoexhibitor.isa.org/isa09/EC/forms/attendee/index.aspx?content=vbooth&id=105
: http://www.youtube.com/watch?v=oUd4WxjoHKY

วันจันทร์ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2557

แคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์

     เห็นขึ้นชื่อเรื่องแล้ว ไม่ต้องวิตกจนเกินไปนะครับ เพราะเรื่องที่จะกล่าวถึงนั้น จะเกิดขึ้นขณะที่ทำการจอดรถพร้อมกับการติดเครื่องยนต์เท่านั้น หากจอดรถและไม่มีการติดเครื่องยนต์ ปัญหานี้จะไม่เกิดขึ้น เนื่องจากรถยนต์สมัยใหม่หรือแม้รถยนต์รุ่นเก่า จะมีอุปกรณ์อยู่ตัวหนึ่งที่เกี่ยวข้องกับเครื่องยนต์ จะช่วยในเรื่องของสิ่งแวดล้อมทางด้านมลพิษ นั่นก็คือ แคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ซึ่งอุปกรณ์นี้นั้น จะช่วยในการลดมลพิษ เพื่อให้ไอเสียจากการเผาไหม้ ก่อนออกสู่บรรยากาศให้มีอากาศบริสุทธิ์มากที่สุด แต่ตัวของมันเองก็ต้องอาศัยความร้อนในการทำงาน ถึงจะทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เมื่อมันทำงานแล้ว ตัวมันเองมีอุณหภูมิมากกว่า 1,000 องศาเซลเซียส เลยทีเดียว ไม่สามารถใช้มือเปล่าจับได้

          
รถยนต์เมื่อติดเครื่องยนต์ใหม่ๆ อุณหภูมิของเครื่องยนต์ต่ำ แคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ย่อมมีอุณหภูมิที่ต่ำด้วย แต่เมื่อตัวมันร้อนแล้ว จะมากกว่าตัวเครื่องยนต์หลายเท่าตัว ดังนั้น เมื่อเราใช้รถยนต์ไปได้สักพักหนึ่ง แน่นอนที่สุด แคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ก็จะร้อนได้อย่างรวดเร็ว สิ่งที่จะกล่าวถึงนั้น ถ้าจอดรถยนต์อยู่บนทางปกติทั่วไป หมายความว่า บนพื้นซีเมนต์หรือลาดยาง ก็จะไม่มีปัญหาแต่อย่างใด แต่ปัญหาอยู่ตรงที่ว่าจอดรถอยู่บนต้นหญ้าที่แห้ง, ใบไม้ใบหญ้าที่แห้ง พร้อมกับการติดเครื่องยนต์ไว้ อุณหภูมิบริเวณแคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ใต้ท้องรถจะมีสูง จะทำให้มีการติดไฟได้เหมือนกับการที่เราติดเตาถ่านแล้วเอากระดาษวางลงไป จะเห็นได้ว่า มีการติดไฟเกิดขึ้น เมื่อเป็นดังนี้ถ้ามีการจอดรถบนพื้นหญ้าแห้งควรหลีกเลี่ยง ถึงแม้จะไม่เคยเกิดขึ้นหรือเป็นข่าวขึ้นมาก็ตาม

          
ลองนึกภาพ หากมีการติดไฟเกิดขึ้นใต้ท้องรถ แล้วใต้ท้องรถมีถังน้ำมันเชื้อเพลิง อะไรจะเกิดขึ้น (ระเบิดดีๆนี่เอง) ก็จริงอยู่ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ลักษณะนี้ ยังไม่มีข่าวตามหน้าหนังสือพิมพ์ แต่ก็คงไม่มีใครอยากให้เกิดใช่ไหมครับ กรณีที่มีข่าวว่า รถยนต์ตกข้างทางแล้วไฟไม่ลุกท่วม คนขับเสียชีวิตก็อาจเป็นไปได้ว่า มีการรั่วของน้ำมันเชื้อเพลิง มาปะทะกับความร้อน ไม่ว่าจะบริเวณใดหรือแคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ทำให้เกิดการลุกไหม้ก็ตาม เพียงแต่การพิสูจน์ไม่สามารถกระทำได้แค่นั้นเอง

          
เรียนผู้ใช้รถยนต์ทุกท่าน รถยนต์รุ่นใดที่มีแคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ ควรที่จะต้องมีความระมัดระวังตามที่ได้กล่าวมา ยิ่งรถที่เป็นเครื่องยนต์เบนซินต้องระมัดระวังมากกว่าเครื่องยนต์ดีเซลมีคำถามว่าแล้วขณะที่รถวิ่งเป็นอย่างไร ขณะที่รถวิ่งนั้น ความร้อนสะสมตรงบริเวณจะแคตเทอร์ไลท์ติก คอนเวอร์เตอร์ มีน้อยจะถูกระบายความร้อนขณะรถวิ่งออกไปทางด้านท้ายรถ ทำให้มีความร้อนน้อยกว่ารถจอด

          
จริงอยู่เมืองไทยเมืองร้อน การจอดรถติดเครื่องแล้วเปิดแอร์มีให้เห็นอยู่ทั่วไป ซึ่งเป็นสิทธิส่วนบุคคล ถึงแม้จะมีการรณรงค์อย่างมากก็ตาม ที่ว่า “จอดรถควรดับเครื่องยนต์” ก็มีผู้กระทำตามไม่มากนัก ดังหัวข้อเรื่อง ทางผู้เขียนมีเจตนาให้ผู้ใช้รถมีความปลอดภัย มนุษย์เรานี้ก็แปลกถ้าไม่มีเหตุการณ์เกิดขึ้นจะไม่ค่อยยอมรับสักเท่าไหร่ ดังนั้น ตามที่เขียนมาขอฝากไว้นะครับ ท้ายนี้ ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่ได้ติดตามผลงานของเราตลอดมาครับ

แก้ไขโดย : เดอะ เทรนนิ่ง โปร เลิร์นนิ่ง แอนด์ สกิล“The Training Pro Learning and Skills”
ขอบคุณที่มา :ห่วงใยในชีวิตและทรัพย์สิน / แผนกเทคนิค และ ฝึกอบรม / บริษัท พิธานพาณิชย์ จำกัด (กรุงเทพฯ)
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...