วันพุธที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2557

อุปนิสัยที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ

ความสำเร็จเป็นสิ่งที่คนเราทุกคนอยากได้ ทุกคนล้วนมีเป้าหมายของความสำเร็จ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเรียน การทำงาน ครอบครัว ฯลฯ แต่เคยคิดบ้างหรือไม่ว่าทำไมบางคนจึงประสบความสำเร็จได้อย่างง่ายดาย แต่บางคนกลับมีแต่ความฝัน แต่ไม่เคยที่จะประสบความสำเร็จตามที่ต้องการได้เลย

จริงๆ การที่คนเราจะประสบความสำเร็จได้นั้น สิ่งที่จำเป็นต้องมีก็คือ อุปนิสัยบางอย่างที่เอื้อต่อความสำเร็จที่เราต้องการ ในยุคสมัยที่อะไรๆ ก็มีแต่ความรวดเร็วนั้น ยิ่งทำให้คนรุ่นใหม่อยากที่จะประสบความสำเร็จอย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่เคยย้อนกลับไปคิดว่า คนที่เขาประสบความสำเร็จมาได้จนทุกวันนี้นั้น เขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง เขาต้องสร้างตัวเองมาด้วยความยากลำบากสักแค่ไหน คิดแค่เพียงว่า ถ้าเราอยากได้ อยากเป็น เราจะต้องเป็นและได้อย่างนั้นทันที โดยไม่มีความอดทนใดๆ ซึ่งก็ไม่ได้ทำให้เราประสบความสำเร็จอะไรได้ตามที่เราต้องการอยู่ดี

ดังนั้นถ้าเราต้องการประสบความสำเร็จในเรื่องอะไรก็ตาม สิ่งที่เราจะต้องมีก็คือนิสัยที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ อุปนิสัยเหล่านี้มีอะไรบ้าง ลองมาดูกันนะครับ
  • ให้ทำในสิ่งที่ยากก่อนสิ่งที่ง่าย วิธีนี้เราจะต้องบังคับให้ตนเองเริ่มทำในสิ่งที่ยากก่อน อาทิ งานที่ยากกว่า ซับซ้อนมากกว่า หรืองานที่จะต้องใช้ความคิดความอ่านมาก ฯลฯ ให้เริ่มทำสิ่งเหล่านี้ก่อนในแต่ละวัน นิสัยนี้จะช่วยให้เราลดนิสัยการผัดวันประกันพรุ่งได้ด้วยนะครับ
  • ให้คิดและพูดกับตนเอง ในสิ่งที่ดีเสมอ เช่น การให้กำลังใจตัวเองเวลาประสบกับความยุ่งยากลำบากใจ หรือกาย เช่น “คนที่ประสบความสำเร็จนั้นจะไม่กลัวงานยาก และจะลงมือทำงานที่ยากกว่าเสมอ” หรือ “เวลาช่วงนี้น่าจะใช้ทำอะไรจึงจะมีประโยชน์สูงสุดสำหรับเรา” ไว้ถามตัวเองเวลาไม่รู้จะเริ่มทำอะไรก่อน หรือเวลาว่างๆ แล้วไม่มีอะไรทำ ก็ลองหาคำตอบดูนะครับ จะทำให้เราใช้เวลาในสิ่งที่ตรงกับเป้าหมายของเราได้มากขึ้น นอกจากนั้น คนที่ประสบความสำเร็จจะคิดบวกกับทุกอย่าง เวลามีปัญหา หรือ พบกับความยากลำบากก็มักจะคิดในเชิงบวก เพื่อที่จะทำให้ตนเองมีกำลังใจที่จะมันต่อไป
  • ตื่นแต่เช้า เท่าที่ผมสังเกต และศึกษามาพบว่า คนที่ประสบความสำเร็จจะเป็นคนที่ตื่นแต่เช้าทุกวัน ไม่มีคนประสบความสำเร็จในชีวิตคนไหนที่ตื่นสายเป็นประจำ นอนขี้เซา งัวเงีย จริงๆ การตื่นเช้ามันก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับความสำเร็จโดยตรง มันอยู่ที่การบังคับตัวเอง การเอาชนะตัวเองต่างหาก คนที่ตื่นแต่เช้า แสดงว่าเป็นคนที่มีวินัย และสามารถเอาชนะตัวเองได้ เมื่อเราเอาชนะตัวเองได้ เราก็สามารถเอาชนะนิสัยอย่างอื่นได้อีกมากมายครับ
  • ทุกวันจะต้องเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ถามตัวเองว่า “วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้วหรือยัง” หรือ “เราจะยังไม่เข้านอนจนกว่าจะได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ก่อน” บางคนใช้ชีวิตในแต่ละวันโดยที่แทบจะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เลย ถ้าเป็นแบบนี้ ก็จะประสบความสำเร็จได้ช้าลงไปอีก
  • อ่านหนังสือ 2-3 เล่ม ต่อเดือน คน ที่ประสบความสำเร็จจะมีนิสัยที่คล้ายกันคือ เป็นคนชอบอ่านหนังสือ และมักจะเป็นหนังสือที่ช่วยเสริมสร้างความคิดความอ่านใหม่ๆ ในความเห็นผมการอ่านหนังสือเป็นการช่วยต่อยอดความคิดของเราได้อย่างดี ช่วยให้เราคิดอย่างมีตรรกะและมีเหตุผลที่มาที่ไป และยังเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ๆ อีกด้วย
  • เลิกกิจกรรมที่ไม่มีประโยชน์ หรือทำมันให้น้อยลง เช่น การดูทีวี การเล่น Social network การ chat กับเพื่อนๆ โดยที่ไม่มีสาระอะไร บางคนทั้งวันแทบไม่ได้ทำอะไรเลย มัวแต่เมามันกับการนินทาคนอื่น การคุยกับเพื่อนแบบไม่มีสาระอะไร ฯลฯ ไม่ได้ให้เลิกคุยกับเพื่อนนะครับ เพียงแต่ทำให้น้อยลง แล้วเอาเวลาไปทำอย่างอื่นที่มันตรงกับเป้าหมายในชีวิตของเราจะดีกว่า
ผมคิดว่าอุปนิสัยข้างต้นเป็นสิ่งที่ทุกคนทราบกันดีอยู่แล้ว แต่บางครั้งมันก็ยากที่จะนำไปปฏิบัติจริง แต่ผมเชื่อว่าทุกคนสามารถทำได้ แค่เพียงเรามีความมุ่งมั่นตั้งใจ และมีความต้องการที่จะประสบความสำเร็จจริงๆ

ยึดเป้าหมายไว้ให้มั่น แล้วลงมือทำมัน วันหนึ่งความสำเร็จก็จะเป็นของเราครับ

ที่มา.http://prakal.wordpress.com/2014/10/1/อุปนิสัยที่นำเราไปสู่ความสำเร็จ
ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร / ตุลาคม 1, 2014

วันอังคารที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2557

คิดแบบไหน ที่ทำให้เราเสียเวลากับชีวิตของเราเอง

ชีวิตของเรานั้น ถ้านับกันเป็นจำนวนวันแล้ว เขาว่ากันว่า เฉลี่ยเรามีชีวิตอยู่ประมาณ 80 ปี ซึ่งถ้าเราคิดเป็นวันแล้ว เรามีเวลาทั้งชีวิตอยู่เพียง 29,200 วัน เห็นตัวเลขนี้แล้วรู้สึกอย่างไรกันบ้างครับ ผมเห็นตัวเลขนี้ครั้งแรก รู้สึกว่า ทำไมชีวิตเราช่างสั้นจัง มีเวลาเพียงสองหมื่นกว่าวันเท่านั้นเอง แล้วในสองหมื่นกว่าวันนี้ เป็นเวลาที่ใช้นอนอย่างเดียว อีกประมาณหนึ่งในสาม ที่เหลือก็คือเวลาที่เราใช้ชีวิตจริงๆ

แล้วเราใช้ชีวิตของเราได้คุ้มค่าหรือไม่ ในแต่ละวัน เราทำอะไร คิดอะไรบ้าง ที่ทำให้ชีวิตของเราดีขึ้นได้บ้าง หรือมีแต่คิดในสิ่งที่ไม่ดี คิดถึงแต่อะไรที่ไร้สาระ คิดเพื่อให้คนอื่นเดือดร้อน แต่ตนเองสะใจ ฯลฯ ใครที่คิดแบบนี้ ลองเปลี่ยนแนวคิดใหม่ดูนะครับ เผื่อจะทำให้จำนวนที่เหลืออยู่ในชีวิตเรานั้น มีชีวิตที่คุ้มค่า และดีขึ้นได้บ้าง
*** ความคิดแบบไหนบ้าง ที่คิดแล้วไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเองเลย แถมยังทำให้ตัวเองแย่ลงไปอีก ลองมาดูกันครับ
  • คิดว่า คนอื่นจะคิดอย่างไรกับเรา ความคิดแบบนี้ไม่มีประโยชน์อะไรกับเราเลย คนที่ชอบนั่งคิด นั่งสงสัยว่า คนอื่นจะคิดอย่างไรกับเราบ้าง จะชอบเราหรือเปล่า หรือเกลียดเราหรือเปล่า เขาจะแคร์เรามั้ยน้า หรือเขาจะรู้สึกอย่างไรกับเรา ฯลฯ คิดแบบนี้มีแต่จะทำให้เราเสียเวลา เพราะเราก็จะคิดไปเองเรื่อยเปื่อย โดยไม่มีประโยชน์กับชีวิตของตนเองเลย ถามว่า คิดไปแล้วชีวิตเราได้อะไรที่ดีขึ้นหรือเปล่า
  • คิดว่า รู้งี้ทำแบบนั้นดีกว่า ความคิดแบบนี้ ก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับการทำให้ตนเองดีขึ้น ใครที่ชอบจมอยู่กับความคิดที่ว่า รู้แบบนี้ไม่ทำดีกว่า หรือรู้แบบนี้ทำแบบนั้นดีกว่า คิดแบบนี้มันไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย เพราะเราก็ทำไปแล้ว แต่ถ้าคิดแล้วรู้แล้ว และหาทางในการป้องกันปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้น แบบนี้ก็ถือได้ว่ามีประโยชน์กับเราอยู่บ้าง
  • คิดว่าจะมีแต่สิ่งไม่ดีเกิดขึ้นกับเรา บางคนชอบคิดวนเวียนว่าสิ่งที่ไม่ดีจะต้องเกิดขึ้นกับเราแน่ๆ เลย ก็เลยเกิดอาการกลัว ไม่กล้าทำอะไร และมักจะย้ำคิดแบบเดิมเสมอ ซึ่งมีแต่จะทำให้เราเสียสุขภาพจิตเปล่าๆ ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
  • คิดโทษแต่อย่างอื่นที่เราควบคุมไม่ได้ บางคนเวลาทำอะไรไม่สำเร็จ หรือมีปัญหาในการทำงาน ก็มักจะคิดโทษโน่นโทษนี่ ลม ฟ้า อากาศ อุณหภูมิต่างๆ หนักไปกว่านั้นหน่อย ก็โทษไปที่ดวงดาว การคิดแบบนี้เป็นการโทษไปในสิ่งที่เราไม่สามารถควบคุมได้เลย รังแต่จะทำให้เรายิ่งเครียด และคิดมากเข้าไปอีก บางคนบอกว่าคิดแบบนี้ก็เหมือนกับการปลง ซึ่งจริงๆ แล้วมันก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับตนเองอีกเช่นกัน
  • คิดวนเวียนอยู่กับความผิดพลาดในอดีต บางคนใช้เวลาไปกับการคิด และจมปลักอยู่กับความผิดพลาดของตนเองในอดีตที่ผ่านมา คิดวนเวียนอยู่ตลอดในเรื่องนี้ คิดว่าทำไมต้องเป็นเรา ทำไมเราต้องเจอแต่เรื่องไม่ดี ทำไม ทำไม ทำไม แล้วใครจะตอบได้ล่ะครับ
  • คิดไปเองในทุกเรื่อง อีกเรื่องหนึ่งที่คนเราชอบ ก็คือ เรื่องของการคิดไปเอง โดยแค่เพียงเห็นบางส่วน แล้วก็นำมาตีความไปเองทั้งหมด โดยไม่พิจารณาถึงข้อเท็จจริง หรือไม่สอบถาม หรือหาข้อเท็จจริงให้กระจ่างเสียก่อน แล้วก็คิดต่อกันไปเรื่อยๆ ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นแต่ความไม่ดีของคนอื่น หรือบางครั้งก็เห็นแต่สิ่งที่เป็นเรื่องที่น่ากังวลไปหมด เรื่องของการคิดไปเองนี้้ ถ้ายิ่งเจอคนที่คิดแบบเดียวกันมาคุยกันด้วยแล้ว มันจะยิ่งไปกันใหญ่ และบางครั้งทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างที่อาจจะไม่คาดคิดมาก่อนก็เป็นได้ แค่เพียงการคิดไปเองเท่านั้น
ความคิดทั้ง 6 ประการที่เขียนไว้ข้างต้นนั้น เป็นความคิดที่ไม่มีประโยชน์อะไรกับตัวเองเลย รังแต่จะทำให้เราเสียสุขภาพจิตมากขึ้นไปอีก แต่ผมเชื่อว่าอาจจะมีบางท่านแย้งว่า ก็มันจะคิด จะห้ามได้อย่างไร ผมคิดว่าอยู่ที่สติของเรานี่แหละครับ ถ้าเรามีสติ รู้ตัวเองอยู่ตลอด ก็จะทำให้เรารู้ว่า ขณะนี้เรากำลังคิดในแบบที่ไม่ดีต่อตนเองอยู่ ดังนั้นจงเปลี่ยนความคิดซะ ให้คิดไปในทางที่ดี และทำให้เรามีความสุขจะดีกว่า

อย่าลืมว่าวันเวลาในชีวิตของเรานั้นมันสั้นนัก จงใช้สมองที่เรามีอยู่ คิดในสิ่งที่ดีๆ กับตัวเราจะดีกว่า คิดแต่สิ่งที่จะทำให้เราเจริญก้าวหน้า และได้ประโยชน์ คิดไม่ดีได้บ้าง แต่ก็อยากจมปลักอยู่กับความคิดนั้นนานนัก

สมองและความคิดของเรานั้น ใช้มันให้เป็นประโยชน์จะดีกว่า อย่าเอาไปใช้กับสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์กับตัวเราเลยครับ

ที่มา.http://prakal.wordpress.com/2014/10/1/คิดแบบไหน ที่ทำให้เราเสียเวลากับชีวิตของเราเอง
ประคัลภ์ ปัณฑพลังกูร / ตุลาคม 1, 2014
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...